วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2562

ตรวจสอบและทบทวน 10

ตรวจสอบและทบทวน
          ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขึ้นการประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐานปฏิบัติการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ด้วยการเขียนระดับคุณภาพของผลการเรียนรู้ซึ่งอาจใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช่เรียนแบบผิวเผินๆหรือแนวทางอื่นๆ

การประเมินการเรียนรู้อิงมาตรฐาน
โดยใช้แนวทางการกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิดSolo taxonomy 

วิธีการวัดและประเมินผล
รายการที่ประเมิน
1.Pre-structural
(ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)
2.Uni -structural (ระดับมุมมองเดียว)
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง)
4.Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์)
5.Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรม)
ผู้เรียนจะยังคงไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายที่แท้จริง และยังคงใช้วิธีการง่ายๆในการทำความเข้าใจสาระเนื้อหา เช่น ผู้เรียนรับทราบแต่ยังคงพลาดประเด็นที่สำคัญ
คือ การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งไปที่มุมมองที่เกี่ยวข้องเพียงมุมมองเดียว เช่น สามารถระบุชื่อได้ จำได้ และทำตามคำสั่งง่ายๆได้
การตอบสนองของผู้เรียนจะมุ่งเน้นไปที่หลายๆมุมมองโดยการปฏิบัติต่อผู้เรียนจะเป็นไปอย่างอิสระ เช่น สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างได้ หรืออาจเชื่อมโยงได้
การบูรณาการความสัมพันธ์ต่างๆเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน เช่น ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบ ระบุความแตกต่าง แสดงความสัมพันธ์ อธิบายเชิงเหตุผล และ/หรือนำไปใช้ได้
นักเรียนเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของเนื้อหาเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงมาสู่การสร้างเป็นแนวคิดนามธรรมขั้นสูง หรือการสร้างทฤษฎีใหม่ เช่น การสร้างสรรค์ สะท้อนแนวคิด สร้างทฤษฏีใหม่ เป็นต้น
หมายเหตุ เกณฑ์การให้คะแนน
1.      Pre-structural (ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน)  คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ
Pre-structural จะได้ 1-2คะแนน
2. Uni-structural (ระดับมุมมองเดียว) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Uni-structural  จะได้ 3-4 คะแนน
3. Multi-structural (ระดับหลายมุมมอง) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Multistructural  จะได้ 5-6คะแนน
4. Relational (ระดับเห็นความสัมพันธ์) คือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational  จะได้
7-8 คะแนน

5. Extendedabstract (ระดับขยายนามธรรมคือ ถ้าผู้เรียนอยูในระดับ  Relational  จะได้ 9-10คะแนน

ตรวจสอบและทบทวน สัปดาที่9

ในการเขียนแผนจัดการเรียนรู้ขั้น การประเมินเพื่อปรับปรุงการสอน ปฏิบัติการเขียนแผนจัดการ เรียนรู้ด้วยใช้กระบวนการของทบทวนตนเองหลังสอนที่ช่วยให้เข้าใจการเรียนการสอนในการตอบสนอง ความต้องการ 4ประการ คือ ด้านวัตถุประสงค์ ด้านค่านิยม ด้านประสิทธิผล และด้านความพึงพอใจในตนเอง

การประเมินผลเพื่อปรับปรุงการสอน



วิธีการวัดและประเมินผล
ตัวชี้วัดความสำเร็จ
วิธีการประเมิน
เครื่องมือที่ใช้
หมาย
เหตุ
       ๑.ด้านวัตถุประสงค์
             เด็กสามารถบอกส่วนประกอบของต้นกล้วยได้
             เด็กสามารถบอกลักษณะของต้นและผลของกล้วยได้
             เด็กสามารถบอกได้ว่าส่วนประกอบของต้นกล้วยแต่ละส่วนมีประโยชน์และโทษอย่างไร
             เด็กสามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงได้
             เด็กสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สนทนาได้
             เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต

      ๒. ด้านค่านิยม
       เด็กสามารถบอกส่วนประกอบของต้นกล้วยได้
      เด็กสามารถบอกลักษณะของต้นและผลของกล้วยได้
      เด็กสามารถบอกได้ว่าส่วนประกอบของต้นกล้วยแต่ละส่วนมีประโยชน์อย่างไร
      เด็กสามารถปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงได้
      เด็กสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับเรื่องที่สนทนาได้
       เด็กสามารถทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนได้อย่างสนุกสนาน
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต
     ๓.  ด้านประสิทธิผล
      ผู้เรียนสามารถต่อยอดความรู้ นำไปปฏิบัติใช้ในชีวิตจริง และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้กับผู้อื่นได้ 
สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต
๔.  ด้านความพึงพอใจในตนเอง                 
      ผู้เรียนชอบและชื่นชมผลงานของตัวเอง             


สังเกต
แบบประเมิน
การสังเกต

                                                                                  ผู้ประเมิน
ลงชื่อ…………………………………
(นางสาวจารุวรรณ วดีศิริศักดิ์)

แสดงความคิดเห็นระหว่างรูปดอกบัวกับรูปเพชร

1.ให้นักศึกษาแสดงความคิดเห็นระหว่างรูปดอกบัวกับรูปเพชร 

เพชรเป็นคำที่มาจากภาษากรีกและหมายถึง 'อยู่ยงคงกระพัน' เพชรเป็นสารที่แข็งที่สุดในโลก แต่ในความหมายทั่วไปเพชรเกี่ยวข้องกับความมั่งคั่ง เป็นเครื่องประดับที่แพงที่สุด เพชรจึงเป็นสัญลักษณ์สากลสำหรับความมั่งคั่งและอำนาจสูงสุด

ดอกบัว ได้ถูกยกย่องให้เป็นราชินีแห่งดอกไม้น้ำ ด้วยความสวยงามที่ปรากฏประจักษ์แก่สายตาผู้พบเห็น เนื่องจากดอกที่ใหญ่ สีสันสะดุดตาที่ชูอยู่พ้นน้ำ ใบมีขนาดใหญ่


ดังนั้น STUDTES MODEL ในรูปแบบของดอกบัวที่พ้นน้ำ กลีบแย้มแบ่งบานรับแสงอาทิตย์ รับน้ำฝน  จึงหมายถึง แนวทางการจัดการเรียนรู้และการจัดการชั้นเรียน เพื่อให้ผู้เรียนมีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วเปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำเมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

2.ให้อิสระในการเลือกภาพว่าชอบภาพไหนเพราะอะไรให้เหตุผล
สำหรับ STUDIES MODEL ในรูปแบบของเพชร และรูปแบบของบัวพ้นน้ำ ทั้ง รูปแบบล้วนมีความหมายที่ดี แต่ในความคิดของ ดิฉัน คิดว่า STUDIES MODEL ในรูปแบบของบัวพ้นน้ำ เป็นรูปแบบที่ดีกว่า เพราะ การเรียนรู้หรือการจัดการศึกษาที่ดี ควรนำหลักของพระพุทธศาสนามาเกี่ยวข้องในการพัฒนาผู้เรียน อีกทั้งรูปดอกบัว ยังแสดงถึง ผู้ที่มีสติปัญญาฉลาดเฉลียว เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อได้ฟังธรรมก็สามารถรู้และเข้าใจในเวลาอันรวดเร็วเปรียบเสมือนดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำเมื่อต้องแสงอาทิตย์ก็เบ่งบานทันที

มายแมบ 6


มายแมบ 8


มายแมบ 7


วันเสาร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2562

สรุป


สรุป
         การประเมินอิงมาตรฐานระดับที่มีความสำคัญที่สุดคือ  การจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนนั้นประสบผลสำเร็จ  โดยดูจากผู้เรียนมีความรู้ และทักษะเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ กล่าวได้ว่าโปภรแกรมการเรียนการสอนมีประสิทธิผลระดับใด  อีกประเด็นหนึ่งคือการจัดการเรียนการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนหรือการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพระดับใด  การประเมินคุณภาพภายใน เป็นการประเมินให้ความสำคัญที่กระบวนการ  (process) การประเมินคุณภาพภายในเป็นการประเมินในระหว่างจัดการเรียนรู้หรือการเรียนการสอนมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบปรับปรุงแก้ไขสิ่งแวดล้อมการเรียนรู้และการปรับปรุงสื่อนวัตกรรมการเรียนการสอน  ส่วนการประเมินคุณภาพภายนอก  เป็นการประเมินที่มุ่งตอบคำถามว่า  การจัดการเรียนการสอนประสบความสำเร็จตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ผู้เรียนมีคุณลักษณะตามที่หลักสูตรกำหนดไว้หรือไม่  คำถามหลัก  คือ  ผู้เรียนสามารถปฏิบัติงานหลังจากการเรียนการสอนได้หรือไม่  กระบวนการมีขั้นตอนใดที่มีปัญหาอุปสรรค  เพื่อนำไปเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับผู้บริหารได้พัฒนาในโอกาสต่อไป

การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้

การกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้
          The SOLO taxonomy
          The SOLO taxonomy เป็นการจัดระดับเพื่อประโยชน์ในการแสดงคุณสมบัติเฉพาะในระดับต่าง ๆ กันของคำถาม และคำตอบที่คาดว่าจะได้รับจากผู้เรียน เป็นชุดของเกณฑ์การประเมินผลการเรียนที่เป็นระบบที่นำมาช่วยอธิบายว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการปฏิบัติที่ซับซ้อนอย่างไร ในการเรียนเพื่อรอบรู้ที่มีความหลากหลายของภาระงานทางวิชาการ โดยที่นิยมจุดประสงค์ของหลักสูตร ในสภาพที่พึงประสงค์ของการปฏิบัติ เพื่อประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนที่ปฏิบัติได้จริง
          การใช้ SOLO Taxonomy ในการกำหนดระดับคุณภาพผลการเรียนรู้  จะช่วยให้ทั้งครูและผู้เรียนตระหนักถึงองค์ประกอบที่หลากหลายจากหลักสูตรได้อย่างแจ่มชัดขึ้น  แนวคิดดังกล่าวถูกนำไปกำหนดเป็นนโยบายใช้ในการประเมินในมหาวิทยาลัยและสถาบันการศึกษาหลายแห่ง สืบเนื่องจากสามารถนำไปใช้ได้ในหลายสาขา  การประเมินความสามรถในการปฏิบัติของผู้เรียนอยู่บนพื้นฐานของการพัฒนาผู้เรียนในแง่ของความเข้าใจที่ซับซ้อน ซึ่งความเข้าใจดังกล่าวแบ่งได้เป็น 5 ระดับ (1) ระดับโครงสร้างขั้นพื้นฐาน (Pre-structural) (2) ระดับโครงสร้างเดี่ยว (Uni-structural) (3) ระดับโครงสร้างหลากหลาย (Multi- structural) (4) ระดับความสัมพันธ์ของโครงสร้าง (Relational Level) และ (5) ระดับแสดงความต่อเนื่องในโครงสร้างภาคขยาย (Extended Abstract Level)
ตารางที่ 24 การจัดระดับ SOLO Taxonomy คำถามแลการตอบสนองที่คาดหวังจากผู้เรียน

          ประเด็นสำคัญที่พึงระมัดระวังในการใช้ SOLO Taxonomy
          การปรับใช้ SOLO Taxonomy กับแนวคิดการสรรค์สร้างองค์ความรู้ ต้องนึกอยู่เสมอว่าปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการสอนและการเรียนรู้มีอยู่มากมาย อาทิ
          ในการสอนครูสอนมีวิธีการสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้อย่างไร ครูสอนต้องมีความรู้เกี่ยวกับแรงจูงใจในการเรียนรู้ของผู้เรียน
          ในการเรียนรู้ผู้เรียนมีความสามารถในการเรียนรู้มากน้อยเพียงใด จะต้องมีสิ่งสนับสนุนอะไรจึงจะช่วยให้ผู้เรียนบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการเรียนรู้
          การกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะนี้เป็นการให้ความสำคัญที่การเรียนรู้ของผู้เรียนแต่ละคนตามความสามารถ (แทน สิ่งที่ครูมักระบุว่านักเรียนคนนั้น  คนนี้ เก่ง / ไม่เก่ง หรือ ดี / ไม่ดี) และการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนเพื่อจะนำไปสู่การเรียนรู้ที่ดี การปฏิบัติตามแนวคิดดังกล่าวนี้  สรุปได้ว่า
·       ทำให้ ILO ชัดเจนยิ่งขึ้น (ความมุ่งมั่น/เจตนา (Intended) การเรียนรู้ (Learning )ผลผลิต(Outcomes)
·       การทดสอบสมรรถ                       ILO’ s                         การสอน
ครูผู้สอนต้องบอกกระบวนการ  ILO ในการบรรลุผลการเรียนรู้ ให้นักเรียนได้รับทราบด้วย
SOLO Taxonomy มีเหมาะสมดีที่นำมาใช้ในการให้เหตุผลในการกำหนดสมรรถนะในหลักสูตรและรายวิชาต่าง ๆ ดังตัวอย่างต่อไปนี้
         การกำหนดระดับคุณภาพของสมรรถนะตามแนวคิด  SOLO Taxonomy การเรียนรู้อย่างลุ่มลึกไม่ใช้เรียนแบบผิวเผิน
                   SOLO 4 :      การพูดอภิปราย  สร้างทฤษฎี ทำนายหรือพยากรณ์
                   SOLO 3 :      อธิบาย  วิเคราะห์  เปรียบเทียบ
                   SOLO 2 :      บรรยาย  รวมกัน  จัดลำดับ
                   SOLO 1 :      ท่องจำ  ระบุ   คำนวณ
         บทบาทของการสอบ
         การสอบไม่ใช่สิ่งที่ตามมาแต่ต้องคิดไว้ก่อน”  แนวคิดสำคัญในการพัฒนาหลักสูตรเมื่อต้องการทดสอบสมรรถนะหรือผลผลิตของการสอน  นักพัฒนาหลักสูตรจะต้องมีความรู้ต่อไปนี้
         ทฤษฎีการวางแผน  (ตลอดโปรแกรมของหลักสูตร)
         ทฤษฎีเกี่ยวกับแรงจูงใจ  (และสิ่งที่กระตุ้นแรงจูงใจ)
         ทั้งนี้เพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิด การสอบคล้ายกับ การเปลี่ยนจากความชั่วร้าย เป็นการสร้างแรงจูงใจ (motivation) และแนวทางในการเรียนรู้ (learning guiding) ที่เป็นเครื่องมือในการจัดการเรียนการสอนของครูผู้สอน
         การจัดลำดับขั้นตอนของจุดประสงค์การเรียนรู้ของบลูม (Bloom Taxonomy 1956) เมื่อนำมาสัมพันธ์กับแนวคิด (SOLO Taxonomy  ของ Biggs & Collis 1982)
         SOLO 1 และ 2 สอดคล้องกับแนวคิดของบลูม  ในขั้นความรู้ (จำ) ความเข้าใจ และการนำไปใช้ข้อมูลเชิงปริมาณ
         SOLO 3 และ 4 สอดคล้องกับแนวคิดของบลูม  ในขั้นการวิเคราะห์ สังเคราะห์และประเมินค่าข้อมูลเชิงคุณภาพ

การประเมินคุณภาพภายนอก

การประเมินคุณภาพภายนอก
          การประเมินคุณภาพภายนอก  คือ  การประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา  การติดตาม  การตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา
          ความสำคัญของการประเมินคุณภาพภายนอก
                   การประเมินคุณภาพภายนอก  มีความสำคัญและมีความหมายต่อสถานศึกษา  หน่อยงานที่เกี่ยวข้องและสาธารณชน  ดังต่อไปนี้
          1. เป็นการส่งเสริมให้สถานศึกษาพัฒนาเข้าสู่เกณฑ์มาตรฐาน
          2. เพิ่มความมั่นใจ  และคุ้มครองประโยชน์ให้ผู้รับบริการ
          3. สถานศึกษาและหน่วยงานที่กำกับดูแล
          4. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบายมีข้อมูลสำคัญในภาพรวม
          วัตถุประสงค์ของการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา
             การประเมินคุณภาพภายนอก มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้
          1. เพื่อตรวจสอบ  ยืนยันสภาพจริงในการดำเนินงานของสถานศึกษา
          2. เพื่อให้ได้ข้อมูลซึ่งจะช่วยสะท้อนให้เห็นจุดเด่น
          3. เพื่อช่วยแนะแนวทางปรับปรุง
          4. เพื่อส่งเสริมให้สถานศึกษามีการพัฒนาคุณภาพ
          5. เพื่อรายงานผลการประเมินคุณภาพ
ผู้ประเมินภายนอก  หมายถึงบุคคลหรือหน่วยงานที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและได้การรับรองจาก สมศ.
มาตรฐานการศึกษา  คือข้อกำหนดเกี่ยวกับคุณภาพที่พึงประสงค์และเป็นเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นในสถานศึกษาทุกแห่ง
4.  การประเมินคุณภาพภายใน
          Clark (2005 : 2) กล่าวว่า การประเมินคุณภาพภายในโปรแกรมการเรียนการสอน (internal evaluation) เป็นวิธีการประเมินที่นำไปใช้ในการตัดสินคุณค่าของโปรมแกรมการเรียนการสอนในระหว่างการดำเนินการ การประเมินเน้นที่กระบวนการ (process) การประเมินคุณภาพภายในมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจสอบแก้ไขและปรับปรุงสื่อการเรียนการสอน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลยิ่งขึ้นเมื่อนำไปใช้กับผู้เรียนโดยทั่วไป ในการประเมินจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน การประเมินนี้จึงมีบทบาทสำคัญของการจัดการเรียนการสอน เคมพ์ (Kemp : 1971) เสนอแนะการประเมินไว้ ดังนี้
          1. ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ในระดับที่เป็นที่ยอมรับตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้หรือไม่ ผู้เรียนมีข้อบกพร่องใดบ้าง
          2. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ความรู้  หรือทักษะในระดับที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่
          3. ผู้เรียนใช้เวลานานเพียงใด เพื่อให้เกิดประสบการณ์การเรียนรู้
          4. กิจกรรมต่าง ๆ เหมาะสมสำหรับผู้เรียนและผู้สอนหรือไม่
          5. วัสดุต่าง ๆ สะดวกและง่ายต่อการติดตั้ง การหยิบ การใช้ หรือการเก็บรักษาหรือไม่
          6. ผู้เรียนมีปฏิกิริยาต่อวิธีการเรียนการสอน กิจกรรม วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ และวิธีการประเมินผลอย่างไรบ้าง
          7. ข้อสอบเพื่อประเมินตนเอง ใช้วัดจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนได้หรือไม่
          8. ควรมีการปรับปรุงแก้ไขโปรมแกรมในส่วนใดบ้าง (เนื้อหา รูปแบบ และอื่น ๆ)
การประเมินภายนอก
          1. จุดมุ่งหมายทั้งหมด ได้รับการบรรลุในระดับใดบ้าง
          2. หลักจากการเรียนการสอนผ่านไปแล้ว การปฏิบัติงานผู้เรียนเกี่ยวกับการใช้ความรู้ ทักษะ และการสร้างเจตคติมีความเหมาะสมหรือไม่
          3. การใช้วัสดุต่าง ๆ ง่านต่อการจัดการสำหรับผู้เรียนจำนวนมาก ๆ หรือไม่
          4. สิ่งอำนวยความสะดวก กำหนดการ และการนิเทศ มีความเหมาะสมกับโปรมแกรมหรือไม่
          5. มีการระวังรักษาการหยิบ การใช้เครื่องมือวัสดุต่าง ๆ หรือไม่
          6. วัสดุต่าง ๆ ที่เคยใช้แล้ว ถูกนำมาใช้อีกหรือไม่
          7. ผู้เรียนมีเจตคติอย่างไรบ้างต่อวิชาที่เรียน

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนแ...